วอนสังคม…ร่วมแก้ปัญหาโรคซึมเศร้า

สถานการณ์โรคซึมเศร้าในประเทศไทย ปัจจุบันพบว่ามีคนป่วยเป็นโรคนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การป้องกันจึงเป็นอีกหนึ่งมาตราการที่กรมสุขภาพจิตนำมาใช้ นั่นก็คือการให้ความรู้ที่ถูกต้องในการปฏิบัติตัวของผู้ที่ป่วยและคนใกล้เคียง ให้เกิดความรู้ความเข้าใจผ่านสื่อ หวังจะยับยั้งการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าที่เพิ่มขึ้นในสังคม

การจากไปของนักร้องดังของ เชสเตอร์ เบนนิงตัน นักร้องนำวง Linkin Park จากการฆ่าตัวตายที่มีการประเมินว่ามาจากการเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้สังคมหันมาตระหนักและให้ความสำคัญกับโรคนี้มากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยเอง ที่โรคซึมเศร้ากำลังคืบคลานเข้ามาสู่สังคมและกำลังขยายตัวเป็นวงกว้างอย่างเงียบ ๆ ปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้านี้ทั้งหมดมากถึง 300 ล้านคนทั่วโลก และประเทศไทย พบว่าผู้ป่วยด้วยโลกนี้มีอยู่ 1 ล้าน 5 แสนคน ซึ่งสาเหตุของการเป็นโรคประกอบด้วยหลายปัจจัยร่วมกัน อาทิ ผิดหวังอย่างรุนแรง เศร้าเสียใจจากเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจากชีวิต โดยสาเหตุเหล่านี้กลับก่อให้เกิดการเป็นโรคซึมเศร้าขึ้นภายในจิตใจได้อย่างไม่รู้ตัว
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข จึงได้หามาตรการการป้องกันและการหาทางออก ไม่ให้เกิดโรคซึมเศร้านี้ได้ ซึ่งการสื่อสารมีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหา โดยหวังพึ่งพาการสื่อสารและหารือร่วมกันกับนักวิชาการด้านสื่อ และผู้ผลิตในแวดวงสื่อสารมวลชนของประเทศ ภาคประชาชนสังคมต้องเข้ามาเป็นส่วนร่วม สร้างความตระหนักรู้ ว่าการเป็นโรคซึมเศร้า เป็นเรื่องที่คนรอบข้างต้องให้ความใส่ใจ พร้อมใส่ความรู้เหล่านี้ลงในสื่อหลายรูปแบบ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์โรคซึมเศร้านั้นดีขึ้น
อาการโรคซึมเศร้านั้นนอกจากจะเกิดจากความผิดหวังแล้ว อีกสาเหตุหนึ่ง เป็นผลมาจากการไม่เชื่อมั่นในตัวเอง มีโอกาสคิดลบกับตัวเอง ซึ่งนำไปสู่พฤติกรรมที่ทำอันตรายกับตัวเองได้ การหาทางออกที่ดี คือ การระบายปัญหาของตัวเอง ด้วยการพูดคุยกับบุคคลอื่น เพื่อรับฟังปัญหาที่คิดมาก หรือการปรับวิธีคิดให้มีความเชื่อมั่นกับตัวเอง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth

Edit